
ทำชิฟฟ่อนใช้แป้งอะไร? เลือกแป้งเค้กให้ชิฟฟ่อนนุ่มฟู | UFM
ทำชิฟฟ่อนใช้แป้งอะไร? เลือกแป้งเค้กอย่างไรให้ชิฟฟ่อนนุ่ม ฟู เบา
เคยสงสัยไหมว่า ทำชิฟฟ่อนใช้แป้งอะไร ถึงจะได้เค้กที่เนื้อนุ่ม ฟู เบา และไม่เหนียว? เพราะแม้ชิฟฟ่อนเค้กจะมีส่วนประกอบสำคัญอย่างไข่ น้ำมัน และการตีไข่ขาว แต่ “แป้ง” ก็มีบทบาทโดยตรงต่อโครงสร้างและเนื้อสัมผัสของเค้กเช่นกัน โดยทั่วไป ชิฟฟ่อนเหมาะกับ แป้งเค้กหรือแป้งสาลีที่มีโปรตีนต่ำ เพราะเมื่อผสมกับของเหลวแล้วจะสร้างกลูเตนไม่มากเกินไป ช่วยให้เนื้อเค้กมีความละเอียด นุ่ม และเบา ต่างจากแป้งที่มีโปรตีนสูงซึ่งอาจทำให้เนื้อชิฟฟ่อนเหนียวหรือแน่นขึ้น หนึ่งในตัวเลือกสำหรับทำชิฟฟ่อนคือ แป้งสาลียูเอฟเอ็ม ตราบัวแดง ซึ่งสามารถนำมาใช้กับขนมที่ต้องการเนื้อสัมผัสนุ่มและละเอียด รวมถึงเค้กประเภทชิฟฟ่อน
แต่การเลือกแป้งอย่างเดียวอาจยังไม่พอ เพราะชิฟฟ่อนจะฟูสวยหรือยุบ เนื้อเบาหรือแน่น ยังขึ้นอยู่กับการตีไข่ขาว การผสม การควบคุมอุณหภูมิ และการอบด้วย
บทความนี้จึงพาไปดูตั้งแต่หลักการเลือก แป้งเค้ก ไปจนถึง Bakery Troubleshooting สำหรับปัญหาชิฟฟ่อนที่พบบ่อย
สารบัญ
ทำชิฟฟ่อนใช้แป้งอะไร?
ทำไมชิฟฟ่อนจึงควรใช้แป้งโปรตีนต่ำ?
แป้งมีผลต่อเนื้อชิฟฟ่อนอย่างไร?
แป้งสาลียูเอฟเอ็ม ตราบัวแดง ใช้ทำชิฟฟ่อนได้อย่างไร?
Bakery Troubleshooting: ปัญหาชิฟฟ่อนและวิธีแก้
เทคนิคทำชิฟฟ่อนจากมืออาชีพ
FAQ คำถามเกี่ยวกับแป้งทำชิฟฟ่อน
สรุป
ทำชิฟฟ่อนใช้แป้งอะไร?
ถ้าต้องการชิฟฟ่อนที่ นุ่ม ฟู เบา และเนื้อละเอียด ควรเลือกใช้แป้งสาลีที่มีปริมาณโปรตีนค่อนข้างต่ำ เช่น แป้งเค้ก เหตุผลสำคัญอยู่ที่ “กลูเตน” เมื่อโปรตีนในแป้งสาลีสัมผัสกับน้ำและถูกผสม จะเกิดโครงข่ายกลูเตนขึ้น ซึ่งช่วยสร้างโครงสร้างให้ขนม แต่สำหรับชิฟฟ่อน เราไม่ได้ต้องการโครงสร้างที่แข็งแรงและเหนียวเหมือนขนมปัง ชิฟฟ่อนต้องการโครงสร้างที่แข็งแรง “พอดี” เพื่อรองรับฟองอากาศจากเมอแรงก์ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องคงความนุ่มและเบาไว้ด้วย ดังนั้น การเลือก แป้งเค้กหรือแป้งโปรตีนต่ำ จึงเหมาะกับลักษณะของชิฟฟ่อนมากกว่าแป้งที่มีโปรตีนสูง
แล้วใช้แป้งอเนกประสงค์ทำชิฟฟ่อนได้ไหม?
สามารถทำได้ในบางสูตร แต่เนื้อสัมผัสอาจแตกต่างออกไป เนื่องจากแป้งอเนกประสงค์โดยทั่วไปมีโปรตีนสูงกว่าแป้งเค้ก จึงมีโอกาสสร้างกลูเตนได้มากขึ้น โดยเฉพาะหากผสมนานหรือคนแรงเกินไป ผลที่ได้อาจเป็นชิฟฟ่อนที่
เนื้อแน่นขึ้น
ความนุ่มลดลง
มีความเหนียวมากขึ้น
รูอากาศไม่ละเอียดเท่าที่ต้องการ
หากเป้าหมายคือชิฟฟ่อนแบบเนื้อนุ่มเบา การเริ่มต้นด้วยแป้งที่เหมาะกับเค้กจึงควบคุมผลลัพธ์ได้ง่ายกว่า
ทำไมชิฟฟ่อนจึงควรใช้แป้งโปรตีนต่ำ?
หลักการของโครงสร้างชิฟฟ่อนเค้ก ชิฟฟ่อนแตกต่างจากเค้กเนยตรงที่ความฟูส่วนสำคัญมาจาก ฟองอากาศในไข่ขาวหรือเมอแรงก์ เมื่อเค้กเข้าเตา ความร้อนจะทำให้
อากาศและไอน้ำภายในเนื้อเค้กขยายตัว
แป้งเริ่มดูดซับน้ำและเกิดเจลาติไนเซชัน
โปรตีนจากไข่เกิดการเซตตัว
โครงสร้างของเค้กค่อย ๆ แข็งแรงขึ้นและรักษาความฟูเอาไว้
แป้งจึงต้องช่วยสร้างโครงสร้าง แต่ไม่ควรแข็งแรงจนทำให้เนื้อเค้กเหนียว
โปรตีนในแป้งมีผลอย่างไร?
หลักการจำง่าย ๆ คือ โปรตีนสูง → มีศักยภาพสร้างกลูเตนมาก → โครงสร้างแข็งแรงและเหนียวขึ้น โปรตีนต่ำ → สร้างกลูเตนน้อยกว่า → เนื้อขนมมีแนวโน้มนุ่มและละเอียดกว่า
ด้วยเหตุนี้ แป้งเค้กจึงเหมาะกับชิฟฟ่อน สปันจ์ และเค้กที่ต้องการเนื้อสัมผัสเบา
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าใช้แป้งโปรตีนต่ำที่สุดแล้วชิฟฟ่อนจะดีเสมอไป เพราะผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับสัดส่วนของสูตรและเทคนิคการทำร่วมกันด้วย
แป้งสาลียูเอฟเอ็ม ตราบัวแดง ใช้ทำชิฟฟ่อนได้อย่างไร?
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา แป้งทำชิฟฟ่อน อีกหนึ่งตัวเลือกคือ แป้งสาลียูเอฟเอ็ม ตราบัวแดง
แป้งประเภทนี้สามารถนำมาใช้กับขนมที่ต้องการเนื้อสัมผัสนุ่มและละเอียด เช่น เค้กบางประเภท รวมถึงชิฟฟ่อน เมื่อนำมาใช้ทำชิฟฟ่อน สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการเลือกแป้ง แต่ต้องควบคุมขั้นตอนอื่น ๆ ให้เหมาะสมด้วย โดยเฉพาะ
การร่อนแป้ง
การผสมแป้งกับส่วนของไข่แดง
ระดับการตีเมอแรงก์
การตะล่อมส่วนผสม
อุณหภูมิเตาอบ
ระยะเวลาอบ
ทำไมต้องร่อนแป้งก่อนทำชิฟฟ่อน?
การร่อนช่วยให้แป้งที่จับตัวกันเป็นก้อนกระจายตัวได้ดีขึ้น ทำให้ผสมเข้ากับส่วนของเหลวได้ง่าย และลดโอกาสเกิดเม็ดแป้งในแบตเตอร์ เมื่อแบตเตอร์มีความสม่ำเสมอ การตะล่อมเข้ากับเมอแรงก์ก็ทำได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องคนซ้ำหลายครั้ง ซึ่งช่วยลดการสูญเสียฟองอากาศ
หลังใส่แป้งควรคนมากแค่ไหน?
หลักสำคัญคือ ผสมให้เข้ากัน แต่ไม่ผสมนานเกินความจำเป็น เมื่อแป้งสัมผัสกับน้ำและถูกคนมากขึ้น โครงข่ายกลูเตนก็มีโอกาสพัฒนามากขึ้นเช่นกัน หากคนแบตเตอร์นานหรือแรงเกินไป ชิฟฟ่อนอาจมีเนื้อสัมผัสเหนียว แน่น หรือไม่เบาเท่าที่ควร
Bakery Troubleshooting:
ทำไมชิฟฟ่อนไม่ฟู ยุบ เป็นไต หรือเนื้อแน่น?
การทำชิฟฟ่อนมีรายละเอียดค่อนข้างมาก แม้เลือก แป้งเค้ก เหมาะสมแล้วก็ยังสามารถเกิดปัญหาได้ มาดูสาเหตุที่พบบ่อยและวิธีแก้กัน
1. ชิฟฟ่อนเนื้อแน่น ไม่ฟู
สาเหตุ
สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่
ตีไข่ขาวไม่ขึ้นฟูเพียงพอ
ตะล่อมเมอแรงก์แรงเกินไปจนฟองอากาศแตก
คนส่วนผสมหลังใส่แป้งนานเกินไป
แบตเตอร์พักไว้นานก่อนเข้าเตา
ใช้แป้งที่สร้างโครงสร้างเหนียวเกินความต้องการของสูตร
อุณหภูมิเตาต่ำเกินไป ทำให้โครงสร้างไม่เซตในช่วงเวลาที่เหมาะสม
วิธีแก้
ตีไข่ขาวจนได้เมอแรงก์ตามระดับที่สูตรกำหนด จากนั้นแบ่งเมอแรงก์ลงผสมกับส่วนไข่แดงเป็นส่วน ๆ และใช้วิธีตะล่อมอย่างเบามือ
เมื่อผสมเสร็จควรนำเข้าอบโดยเร็ว ไม่ควรวางแบตเตอร์ทิ้งไว้นาน เพราะฟองอากาศจะค่อย ๆ สูญเสียความเสถียร
2. ชิฟฟ่อนยุบหลังออกจากเตา
สาเหตุ
ชิฟฟ่อนที่ดูฟูสวยขณะอบ แต่ยุบหลังนำออกจากเตา มักเกิดจากโครงสร้างด้านในยังไม่แข็งแรงเพียงพอ เช่น
อบไม่สุกถึงด้านใน
อุณหภูมิเตาสูงเกินไป ทำให้ด้านนอกเซตเร็วแต่ด้านในยังไม่สุก
สัดส่วนของเหลวสูงเกินไป
เมอแรงก์ไม่แข็งแรง
เปิดประตูเตาเร็วเกินไป
นำเค้กออกจากพิมพ์ก่อนโครงสร้างเย็นและอยู่ตัว
วิธีแก้
ตรวจสอบอุณหภูมิเตาจริงด้วยเทอร์โมมิเตอร์สำหรับเตาอบ หากเป็นไปได้ เพราะอุณหภูมิที่แสดงบนเตาอาจไม่เท่ากับอุณหภูมิจริง
ควรอบจนโครงสร้างด้านในเซตอย่างสมบูรณ์ และสำหรับชิฟฟ่อนที่ใช้พิมพ์ปล่อง ควรปฏิบัติตามวิธีพักเค้กของสูตร เช่น การคว่ำพิมพ์ เพื่อช่วยลดการยุบตัวระหว่างเย็น
3. ชิฟฟ่อนเป็นไต มีชั้นแน่นบริเวณก้นเค้ก
สาเหตุ
“ชิฟฟ่อนเป็นไต” มักเห็นเป็นชั้นเนื้อแน่นหรือชื้นผิดปกติบริเวณด้านล่างของเค้ก
สาเหตุที่เป็นไปได้ ได้แก่
ส่วนไข่แดงและน้ำมันผสมไม่เป็นเนื้อเดียวกัน
แบตเตอร์กับเมอแรงก์ผสมไม่ทั่วถึง
ตะล่อมไม่ถึงก้นอ่าง
ของเหลวหรือน้ำมันตกลงไปกองด้านล่าง
เมอแรงก์ถูกตีมากเกินไปจนผสมกับแบตเตอร์ยาก
อุณหภูมิอบไม่เหมาะสม
วิธีแก้
ก่อนนำเมอแรงก์มาผสม ควรทำให้ส่วนไข่แดง แป้ง น้ำมัน และของเหลวต่าง ๆ เป็นเนื้อเดียวกันก่อน
ระหว่างตะล่อม ควรใช้พายปาดลงไปถึงก้นอ่างและพลิกส่วนผสมขึ้นมาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้ส่วนผสมหนักตกค้างด้านล่าง
4. ชิฟฟ่อนมีรูอากาศขนาดใหญ่
สาเหตุ
รูอากาศขนาดใหญ่หรือโพรงในเนื้อเค้กอาจเกิดจาก
เมอแรงก์มีฟองอากาศขนาดใหญ่
ตีไข่ขาวเร็วเกินไปตั้งแต่เริ่มต้น
น้ำตาลละลายไม่ดี
ตะล่อมแบตเตอร์ไม่ทั่ว
มีช่องอากาศขนาดใหญ่ติดอยู่ในพิมพ์ก่อนอบ
วิธีแก้
ช่วงเริ่มตีไข่ขาวสามารถใช้ความเร็วที่เหมาะสมเพื่อสร้างฟองอากาศให้ละเอียดและสม่ำเสมอ จากนั้นค่อยเติมน้ำตาลตามสูตร
หลังเทแบตเตอร์ลงพิมพ์ สามารถจัดการฟองอากาศขนาดใหญ่ตามวิธีที่สูตรกำหนด เช่น ใช้ไม้หรือพายไล่ฟองขนาดใหญ่เบา ๆ โดยไม่ทำให้แบตเตอร์เสียฟองมากเกินไป
5. ชิฟฟ่อนเหนียว ไม่นุ่ม
สาเหตุ
ใช้แป้งที่มีโปรตีนสูงเกินไป
ผสมแป้งนานเกินไป
ตะล่อมแบตเตอร์มากเกินความจำเป็น
สัดส่วนสูตรคลาดเคลื่อน
ชั่งแป้งมากเกินไป
อบนานจนสูญเสียความชื้นมากเกินไป
วิธีแก้
เลือกใช้แป้งที่เหมาะกับเค้กและชั่งส่วนผสมด้วยเครื่องชั่งแทนการกะด้วยสายตา
หลังใส่แป้ง ให้ผสมเพียงจนส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน และหยุดทันทีเมื่อไม่เห็นผงแป้งหรือส่วนผสมที่ยังไม่เข้ากัน
6. ชิฟฟ่อนหน้าแตก
สาเหตุ
หน้าแตกไม่ได้หมายความว่าเค้กเสียเสมอไป แต่ถ้าแตกมากผิดปกติ อาจเกิดจาก
อุณหภูมิด้านบนสูงเกินไป
วางพิมพ์ใกล้ฮีตเตอร์บนมากเกินไป
แบตเตอร์ขยายตัวเร็วกว่าโครงสร้างจะยืดตัวตาม
ใช้พิมพ์ขนาดเล็กเกินปริมาณแบตเตอร์
วิธีแก้
ตรวจสอบตำแหน่งตะแกรงและอุณหภูมิจริงของเตา หากหน้าเค้กได้รับความร้อนเร็วเกินไป อาจต้องปรับตำแหน่งพิมพ์หรืออุณหภูมิตามลักษณะเตาและสูตรที่ใช้
7. ชิฟฟ่อนด้านในแฉะหรือชื้นเกินไป
สาเหตุ
อบไม่ถึงเวลา
อุณหภูมิเตาต่ำเกินไป
ของเหลวในสูตรมากเกินไป
พิมพ์ใหญ่หรือปริมาณแบตเตอร์มาก ทำให้ความร้อนเข้าสู่ตรงกลางช้า
เปิดเตาบ่อยระหว่างอบ
วิธีแก้
อย่าพิจารณาความสุกจากสีด้านบนเพียงอย่างเดียว เพราะภายนอกอาจดูสุกแล้วแต่โครงสร้างภายในยังไม่เซต
ควรใช้เวลาและอุณหภูมิตามสูตร พร้อมสังเกตลักษณะเค้กและทดสอบความสุกให้เหมาะกับชนิดและขนาดของชิฟฟ่อน
เทคนิคจากมืออาชีพ ทำชิฟฟ่อนอย่างไรให้นุ่ม ฟู และเนื้อละเอียด
1. ชั่งส่วนผสมเป็นกรัม
ชิฟฟ่อนเป็นเค้กที่สมดุลของแป้ง ไข่ น้ำมัน น้ำ และน้ำตาลมีผลต่อโครงสร้างค่อนข้างมาก การใช้เครื่องชั่งจึงช่วยให้ทำซ้ำได้แม่นยำกว่าการตวงด้วยถ้วย
2. ร่อนแป้งก่อนผสม
โดยเฉพาะเมื่อต้องการเค้กเนื้อละเอียด การร่อน แป้งเค้ก ช่วยให้แป้งกระจายตัวได้ง่าย ลดก้อนแป้ง และลดความจำเป็นในการคนแบตเตอร์นาน
3. ภาชนะตีไข่ขาวต้องสะอาด
ไขมันสามารถรบกวนการสร้างโฟมของไข่ขาวได้ ดังนั้นอ่างและหัวตีควรสะอาดและไม่มีคราบน้ำมัน รวมถึงควรระวังไม่ให้ไข่แดงแตกปนลงไปในไข่ขาวขณะแยกไข่
4. เมอแรงก์ไม่ควรอ่อนหรือแข็งเกินไป
เมอแรงก์ที่อ่อนเกินไปอาจสร้างโครงสร้างได้ไม่ดี ขณะที่เมอแรงก์ที่แข็งและแห้งเกินไปจะผสมเข้ากับแบตเตอร์ยาก และอาจทำให้เกิดเมอแรงก์เป็นก้อนในเนื้อเค้ก ควรตีให้เหมาะกับสูตรที่ใช้
5. ตะล่อมให้ถึงก้นอ่าง
ปัญหาชิฟฟ่อนเป็นไตจำนวนมากเกิดจากส่วนผสมด้านล่างไม่ได้รับการตะล่อมอย่างทั่วถึง
ควรหมุนอ่างไปพร้อมกับใช้พายปาดลงถึงก้น แล้วพลิกแบตเตอร์ขึ้นมาอย่างเบามือ จนสีและเนื้อของส่วนผสมสม่ำเสมอกัน
6. วอร์มเตาให้ถึงอุณหภูมิก่อนอบ
เมื่อแบตเตอร์พร้อมแล้วควรเข้าเตาได้ทันที ดังนั้นควรเปิดวอร์มเตาล่วงหน้า
หากนำแบตเตอร์เข้าเตาที่ยังมีอุณหภูมิต่ำ ฟองอากาศอาจสูญเสียความเสถียรก่อนที่โครงสร้างเค้กจะเซต
7. ทำสูตรเดิมซ้ำก่อนเปลี่ยนหลายปัจจัยพร้อมกัน
หากชิฟฟ่อนยังไม่เป็นอย่างที่ต้องการ อย่าเพิ่งเปลี่ยนทั้งแป้ง อุณหภูมิ สูตร และเวลาพร้อมกัน ควรเปลี่ยนทีละปัจจัยและจดผล เช่น
ชนิดแป้ง
น้ำหนักส่วนผสม
ระดับเมอแรงก์
อุณหภูมิจริงของเตา
เวลาอบ
ขนาดพิมพ์
วิธีนี้จะช่วยให้หาสาเหตุของปัญหาได้แม่นยำกว่าการปรับหลายอย่างพร้อมกัน
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแป้งทำชิฟฟ่อน
ทำชิฟฟ่อนใช้แป้งอะไรดีที่สุด?
โดยทั่วไปควรเลือก แป้งเค้กหรือแป้งสาลีโปรตีนต่ำ เพราะช่วยให้ชิฟฟ่อนมีเนื้อสัมผัสนุ่ม เบา และไม่เหนียวเกินไป อย่างไรก็ตาม สูตร การตีไข่ขาว และการอบก็มีผลต่อคุณภาพของชิฟฟ่อนเช่นเดียวกัน
แป้งสาลียูเอฟเอ็ม ตราบัวแดง ทำชิฟฟ่อนได้ไหม?
ได้ แป้งสาลียูเอฟเอ็ม ตราบัวแดง สามารถนำมาใช้ทำเค้กประเภทชิฟฟ่อนที่ต้องการเนื้อสัมผัสนุ่มและละเอียดได้ โดยควบคุมการผสมเมอแรงก์และการอบให้เหมาะกับสูตร
แป้งเค้กต่างจากแป้งอเนกประสงค์อย่างไร?
ความแตกต่างสำคัญประการหนึ่งคือปริมาณโปรตีนและศักยภาพในการสร้างกลูเตน โดยแป้งเค้กมีแนวโน้มสร้างโครงสร้างกลูเตนน้อยกว่า จึงเหมาะกับขนมที่ต้องการเนื้อนุ่มและละเอียด ขณะที่แป้งอเนกประสงค์สามารถสร้างโครงสร้างได้มากขึ้นและใช้กับอาหารได้หลากหลายกว่า
ถ้าไม่มีแป้งเค้ก ใช้แป้งอเนกประสงค์ทำชิฟฟ่อนได้ไหม?
บางสูตรสามารถใช้ได้ แต่เนื้อสัมผัสอาจไม่เหมือนการใช้แป้งสำหรับเค้ก และควรระวังการผสมนานเกินไป เนื่องจากมีโอกาสทำให้เนื้อเค้กเหนียวขึ้น
ทำไมใช้แป้งเค้กแล้วชิฟฟ่อนยังยุบ?
เพราะชนิดแป้งเป็นเพียงหนึ่งปัจจัย ชิฟฟ่อนยุบสามารถเกิดจากเมอแรงก์ไม่แข็งแรง การตะล่อมผิดวิธี อบไม่สุก อุณหภูมิเตาไม่เหมาะสม หรือโครงสร้างเค้กยังไม่เซตก่อนนำออกจากเตา
ทำไมชิฟฟ่อนเป็นไตตรงก้นเค้ก?
มักเกี่ยวข้องกับการผสมส่วนไข่แดง น้ำมัน และเมอแรงก์ไม่สม่ำเสมอ ส่วนผสมหนักจึงตกลงด้านล่าง รวมถึงการตะล่อมไม่ถึงก้นอ่างหรือการอบที่ไม่เหมาะสม
ต้องร่อนแป้งก่อนทำชิฟฟ่อนหรือไม่?
แนะนำให้ร่อน เพราะช่วยกระจายแป้งที่จับตัวเป็นก้อน ทำให้ผสมกับของเหลวง่ายขึ้น และลดการคนแบตเตอร์เกินความจำเป็น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการทำเค้กที่ต้องการเนื้อละเอียดอย่างชิฟฟ่อน
สรุป ทำชิฟฟ่อนใช้แป้งอะไร?
หากต้องการทำชิฟฟ่อนให้ได้เนื้อ นุ่ม ฟู เบา และละเอียด ควรเริ่มจากการเลือก แป้งเค้กหรือแป้งสาลีที่มีโปรตีนค่อนข้างต่ำ เพื่อให้เกิดกลูเตนในระดับที่เหมาะสมกับเนื้อเค้กประเภทนี้
แป้งสาลียูเอฟเอ็ม ตราบัวแดง เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สามารถนำมาใช้ทำชิฟฟ่อนได้ โดยสิ่งสำคัญควบคู่กับการเลือกแป้งคือการตีเมอแรงก์ให้เหมาะสม ตะล่อมอย่างเบามือ ควบคุมอุณหภูมิเตา และอบจนโครงสร้างเค้กเซตอย่างสมบูรณ์
เพราะชิฟฟ่อนที่ดีไม่ได้เกิดจากส่วนผสมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเข้าใจว่า แป้ง ไข่ ฟองอากาศ และความร้อนทำงานร่วมกันอย่างไร เมื่อควบคุมองค์ประกอบเหล่านี้ได้ ก็จะช่วยให้ทำชิฟฟ่อนออกมาเนื้อนุ่ม ฟู และได้ผลลัพธ์สม่ำเสมอมากขึ้น

.jpg&w=1920&q=75)
.jpg&w=1920&q=75)


.jpg&w=1920&q=75)
.jpg&w=1920&q=75)





.png&w=1920&q=75)

.jpg&w=1920&q=75)

.jpg&w=1920&q=75)
.jpg&w=1920&q=75)

.jpg&w=1920&q=75)
.jpg&w=1920&q=75)
.jpg&w=1920&q=75)
.jpg&w=1920&q=75)

.jpg&w=1920&q=75)
.jpg&w=1920&q=75)
.jpg&w=1920&q=75)
.jpg&w=1920&q=75)
.jpg&w=1920&q=75)

.jpg&w=1920&q=75)
.jpg&w=1920&q=75)
.jpg&w=1920&q=75)
.png&w=1920&q=75)

.jpg&w=1920&q=75)









.jpg&w=1920&q=75)
.jpg&w=1920&q=75)