ประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ข้อกำหนดในการใช้บริการ

ประกาศความเป็นส่วนตัวและแนวปฏิบัติเพื่อคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลสำหรับลูกค้า

(Privacy notice for the customer)

  1. บทนำ

    เพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือกฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่มเติมใดๆ ในอนาคต รวมถึง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้ประกาศและบังคับใช้ ณ ปัจจุบัน บริษัท ยูไนเต็ด ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) (“องค์กรฯ”) จึงจัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวและแนวปฏิบัติเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับลูกค้า (“ประกาศฯ”) เพื่ออธิบายถึงวิธีการที่องค์กรฯ ปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุถึงตัวตนของท่านได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม อาทิ วิธีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือ การดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล การเข้าถึงหรือการจัดเรียง การนำมารวมกัน การจำกัดการเข้าถึง การลบหรือการทำลาย เป็นต้น

    ดังนั้น โดยประกาศฯฉบับนี้ องค์กรฯ ขอแจ้งให้ท่านทราบถึงวัตถุประสงค์ในการประมวลผล ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ขอให้ท่านอ่านและทำความเข้าใจถึงข้อกำหนดต่าง ๆ ภายใต้ประกาศฯ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  2. ความหมายของข้อมูลส่วนบุคคล

    ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม โดยเฉพาะ เช่น ชื่อ นามสกุล หมายเลข โทรศัพท์อีเมล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน รูปถ่าย ประวัติการทำงาน เป็นต้น ทั้งนี้ ไม่รวมถึงข้อมูล ของผู้ถึงแก่กรรม

  3. กลุ่มหรือประเภทของบุคคลที่องค์กรฯ ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

    ภายใต้ประกาศฯ ฉบับนี้ กลุ่มหรือประเภทของบุคคลที่องค์กรฯ ทำการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบด้วย

    “ลูกค้า” หมายถึง บุคคลที่เป็นคู่สัญญา และ/หรือ บุคคลที่ซื้อสินค้า และ/หรือ ใช้บริการจากองค์กรฯ และ/หรืออาจจะซื้อสินค้าและ/หรือใช้บริการจากองค์กรฯ หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายกัน เช่น ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ผู้ใช้บริการเว็บไซต์ ผู้ใช้บริการแอปพลิเคชั่น หรือ ผู้ที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลหรือขอรับบริการจากองค์กรฯ และ/หรือบริษัทกลุ่มในเครือ เป็นต้น

    “ผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า” หมายถึง บุคคลที่เกี่ยวข้องหรือเป็นตัวแทนของลูกค้า เช่น ผู้บริหาร กรรมการ พนักงาน ตัวแทน หรือบุคลากรใดๆ ของลูกค้า และรวมถึง ผู้ที่ข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏในเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้จัดการ ผู้สั่งซื้อ ผู้รับสินค้า หรือผู้สั่งจ่ายเช็ค เป็นต้น

    “บุคคลที่สาม” หมายถึง บุคคลที่ลูกค้าและผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่องค์กรฯเช่น ชื่อ นามสกุล รายละเอียดที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์สำหรับการติดต่อฉุกเฉิน หรือเพื่อการอ้างอิงอื่นใด ทั้งนี้องค์กรฯ จะแจ้งให้ลูกค้าและผู้เกี่ยวข้องกับลูกค้าเพื่อขอความยินยอมในการให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่องค์กรฯ และแจ้งนโยบายความเป็นส่วนตัวตามนโยบายฉบับนี้แก่บุคคลที่สามด้วย

  4. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

    องค์กรฯ เก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

    1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับองค์กรฯ โดยตรง ท่านอาจให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่องค์กรฯ โดยตรง เช่น

      • เมื่อท่านติดต่อสื่อสาร สอบถามข้อมูล ให้ความเห็นหรือคำติชมแก่องค์กรฯ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารเป็นในรูปแบบลายลักษณ์อักษร วาจา ผ่านทางเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน โทรศัพท์ อีเมล โทรสาร ไปรษณีย์ การพบปะกันโดยตรง หรือโดยวิธีการอื่นใด
      • เมื่อท่านแสดงเจตนาเพื่อซื้อสินค้าหรือใช้บริการจากองค์กรฯ เข้าทำสัญญาค้าขายกับองค์กรฯ หรือส่งมอบ เอกสารต่างๆ ซึ่งมีข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏอยู่มาให้แก่องค์กรฯ
      • เมื่อท่านเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาด การจับสลากชิงโชค งานอีเว้นท์ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่จัดขึ้นโดยหรือในนามขององค์กรฯ เป็นต้น
    2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่องค์กรฯ ได้รับมาจากบุคคลภายนอก องค์กรฯ อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากบุคคลภายนอก เช่น

      • การเก็บข้อมูลจากผู้ให้บริการต่าง ๆ ขององค์กรฯ เช่น ผู้ให้บริการเว็บไซต์ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน ผู้ให้บริการ พื้นที่พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) ผู้ให้บริการศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center) ผู้ให้บริการ ประชาสัมพันธ์และแนะนำสินค้า/บริการ และผู้ให้บริการรวบรวมข้อมูล เป็นต้น
      • บางกรณีองค์กรฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับ ธุรกิจของท่าน หรือแหล่งข้อมูลทางการค้า ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลด้วยตนเองหรือได้ให้ ความยินยอมแก่ผู้ใดในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังกล่าว
  5. ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่องค์กรฯ เก็บรวบรวม

    ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ถูกเก็บรวบรวมและประมวลผลภายใต้ประกาศฯ ฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ ท่านให้ไว้กับองค์กรฯ โดยตรงหรือข้อมูลส่วนบุคคลที่องค์กรฯ เก็บรวบรวมจากท่านโดยอัตโนมัติหรือข้อมูลส่วนบุคคลที่องค์กรฯ ได้รับมาจากบุคคลภายนอก ได้แก่

    1. ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น วัน/เดือน/ปีเกิด อายุ เพศ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน รูปถ่าย ลายมือชื่อ เป็นต้น

    2. ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน สถานที่จัดส่งสินค้า สถานที่จัดส่งใบแจ้ง หนี้ หมายเลขโทรศัพท์ โทรสาร อีเมล ไอดีผู้ใช้สำหรับไลน์แอปพลิเคชัน (Line ID) และข้อมูลผู้ที่สามารถติดต่อได้ เป็นต้น

    3. ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของลูกค้า เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับร้านค้า หรือสถานประกอบการของลูกค้า (เช่น ชื่อ เลขทะเบียน สถานที่ตั้ง และข้อมูลการติดต่อ เป็นต้น) เป็นต้น

    4. ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมการซื้อขาย เช่น รหัสลูกค้า รายละเอียดการสั่งซื้อ (อาทิ สินค้าที่ต้องการ จำนวน และคุณภาพ) และรายละเอียดการร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้า (อาทิ วันที่สั่งซื้อสินค้า ประเภทสินค้า สาขาที่เกี่ยวข้อง และปัญหาที่พบ) เป็นต้น

    5. ข้อมูลเกี่ยวกับการชำระเงิน เช่น จำนวนเงิน วงเงินสินเชื่อ เงื่อนไขการชำระเงิน เลขที่บัญชี ข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน ใบสำคัญรับเงิน และใบหักบัญชีเงินฝาก เป็นต้น

    6. ข้อมูลที่ใช้ประกอบเป็นหลักฐานในการลงทะเบียนเป็นลูกค้ากับองค์กรฯ หรือในการทำธุรกรรมต่าง ๆ เช่น ข้อมูลส่วน บุคคลที่ปรากฏใน สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบเปลี่ยนชื่อนามสกุล สำเนาทะเบียนการค้า สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน แบบฟอร์มลงทะเบียน สำเนาเอกสารสิทธิที่ดิน ใบขอเปิดหน้าบัญชีลูกค้า หนังสือ มอบอำนาจ สำเนาหนังสือรับรองบริษัท สำเนาภพ.09 หรือ ภพ.20 แผนที่ เอกสารที่เป็นหลักประกัน (ถ้ามี) (เช่น หนังสือค้ำประกันโดยธนาคาร (Bank Guarantee) และหนังสือค้ำประกันโดยบุคคล) สัญญาซื้อขายหรือสัญญาอื่นใดที่เกี่ยวข้อง กับธุรกรรม และใบส่งสินค้า เป็นต้น

    7. ข้อมูลอื่น ๆ เช่น พฤติกรรมหรือแนวโน้มในการซื้อสินค้าและ/หรือบริการ บันทึกเสียงการสนทนา และบันทึกภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น

  6. การดำเนินการต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับมาก่อนมีการบังคับใช้ประกาศฯ

    กรณีที่องค์กรฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเอาไว้ก่อนวันที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ องค์กรฯ จะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิมที่องค์กรฯ ได้แจ้งไว้แก่ท่านในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งท่านมีสิทธิที่จะยกเลิกความยินยอมได้ โดยติดต่อมายังองค์กรฯ ตามรายละเอียดการติดต่อที่ระบุไว้ในท้ายของประกาศฯ ฉบับนี้ ทั้งนี้ องค์กรฯ ขอสงวนสิทธิในการพิจารณาคำขอยกเลิกความยินยอมของท่าน และดำเนินการตามฐานประมวลผลที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

  7. วัตถุประสงค์ และ ฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

    องค์กรฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ภายใต้ฐานทางกฎหมาย ดังต่อไปนี้

    ลำดับ
    วัตถุประสงค์

    ฐานประมวลผลตามกฎหมาย

    1
    เพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทะเบียนการสมัครเป็นลูกค้าหรือเพื่อเปิดบัญชีลูกค้า หรือบุคคล อื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน

    ฐานสัญญา การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เป็นสิ่งที่องค์กรฯ พึงกระทำเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของคำขอ หรือคำเสนอ และสามารถดำเนินการลงทะเบียนเป็นลูกค้ารายใหม่หรือการเปิดบัญชีลูกค้า ผ่านช่องทางที่องค์กรฯ กำหนด
    ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย ในกรณีที่ลูกค้าหรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเป็นนิติบุคคล องค์กรฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าหรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ตามความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินธุรกิจขององค์กรฯ เช่น การจัดการบัญชี และการตรวจสอบเพื่อยืนยันตัวตนของลูกค้า เป็นต้น

    2
    เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์ข้อมูลและ สำรวจพฤติกรรมของลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน

    ฐานความยินยอม การที่องค์กรฯ ดำเนินการสัมภาษณ์ สำรวจและ/หรือ สังเกตพฤติกรรมของ
    ลูกค้า รวมถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล หรือการซื้อข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ามาจากบุคคลภายนอก เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูลและสำรวจพฤติกรรมของลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน องค์กรฯจะดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมที่ได้รับจากลูกค้าหรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันก่อนหรือในขณะที่เก็บข้อมูล

    3
    เพื่อวัตถุประสงค์ในการทำสัญญาและการวาง หลักประกัน

    ฐานสัญญา การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับองค์กรฯในการเข้าทำสัญญา และ/หรือดำเนินกระบวนการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ
    การเข้าทำสัญญา เช่น การตรวจสอบหลักฐานประกอบการทำสัญญา การพิจารณาวงเงินสินเชื่อ และการวางหลักประกัน เป็นต้น
    ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย ในกรณีที่ลูกค้าหรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเป็นนิติบุคคล การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าหรือของบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เป็นสิ่งจำเป็นและสามารถกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายขององค์กรฯ เช่น การบริหารจัดการสัญญา การตรวจสอบยืนยันตัวตนของลูกค้าและการพิจารณาคุณสมบัติลูกค้า เป็นต้น

    4
    เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการคำสั่งซื้อ จากลูกค้าหรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน

    ฐานสัญญา การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า หรือ บุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน กระทำไปเพื่อให้องค์กรฯสามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามตามสัญญาซื้อขาย บริการ และ/หรือสัญญา อื่นใดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งลูกค้าหรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเป็นคู่สัญญา เช่น การจัดการ คำสั่งซื้อที่ส่งมายังองค์กรฯ ผ่านช่องทาง ใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางที่องค์กรฯ จัดเตรียมไว้ หรือผ่านช่องทางของบุคคลที่สาม
    ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย ในกรณีที่ลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเป็นนิติบุคคล การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าหรือของบุคคลอื่นในลักษณะคล้ายคลึงกัน เป็นสิ่งจำเป็นและสามารถกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินธุรกิจของ องค์กรฯ เช่น การบริหารจัดการ คำสั่งซื้อจากลูกค้า และการตรวจสอบยืนยันตัวตนของลูกค้า เป็นต้น

    5
    เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดเตรียมสินค้าและ/ หรือบริการ และดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้อง

    ฐานสัญญา การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า หรือ บุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน กระทำไปเพื่อให้องค์กรฯสามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามสัญญาซื้อขาย บริการ และ/หรือสัญญาอื่นใด ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งลูกค้าหรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเป็นคู่สัญญาเช่น การจัดส่งสินค้า การวางบิล การยืนยันยอดหนี้ ค้างชำระ และการจัดส่งใบเสร็จรับเงินให้แก่ลูกค้าหรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เป็นต้น
    ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย ในกรณีที่ลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเป็นนิติบุคคล การประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าหรือของบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเป็นสิ่งที่องค์กรฯ ต้องปฏิบัติเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินธุรกิจขององค์กรฯ เช่น การติดต่อสื่อสารกับลูกค้า เป็นต้น

    6
    เพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับลูกค้าในระบบจัดการข้อมูลขององค์กรฯ

    ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน กระทำไปเพื่อให้เกิดความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดของข้อมูลคู่สัญญา หรือ คู่ค้าขององค์กรฯ อีกทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ในกรณีที่มีการแก้ไข เปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับลูกค้าหรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันในระบบจัดการข้อมูลขององค์กรฯ

    7
    เพื่อวัตถุประสงค์ในการรับเรื่องร้องเรียนจากลูกค้า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่ มีลักษณะคล้ายคลึงกัน

    ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน กระทำไปเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการที่องค์กรฯ จะสามารถรับเรื่องร้องเรียน ข้อแนะนำ หรือข้อคิดเห็น เพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการ รวมถึงการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน

    8
    เพื่อวัตถุประสงค์ในการประชาสัมพันธ์เสนอ สินค้าและบริการ รวมถึงเพื่อกิจกรรมทาง การตลาดขององค์กรฯ และบริษัทในเครือ

    ฐานความยินยอม องค์กรฯ อาจดำเนินกิจกรรมทางการตลาด ใด ๆ อาทิ การส่งข้อความเกี่ยวกับการสื่อสารทางการตลาดให้แก่ ลูกค้า การขอถ่ายภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวของลูกค้า เพื่อนำไปประมวลภาพและประชาสัมพันธ์กิจกรรมการตลาดตามช่องทางสื่อต่าง ๆ ทั้งนี้ องค์กรฯ จะดำเนินการโดย
    ขอความยินยอมจากท่านก่อนหรือขณะที่ดำเนินกิจกรรม

    9
    เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์การใช้งานของท่าน ผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางอื่นใด เพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการของ องค์กรฯ หรือเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด

    ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย การประมวลผลข้อมูลส่วน บุคคลของท่านจากการใช้งานเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือ ช่องทางอื่นๆ เป็นสิ่งจำเป็นที่องค์กรฯจะต้องกระทำเพื่อประโยชน์ชอบด้วยกฎหมายขององค์กรฯ ในการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาคุณภาพการให้บริการขององค์กรฯ เช่น การปรับปรุงเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางอื่นใด ทั้งนี้ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ ตลอดจนการแก้ไขข้อบกพร่องและปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการ
    ฐานความยินยอม ในกรณีที่องค์กรฯ เก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อนำมาวิเคราะห์ พฤติกรรมและทำโฆษณาแบบเจาะจงตามพฤติกรรมของท่าน หรือทำการตลาดแบบตรง หรือในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมจากท่าน
    องค์กรฯ จะดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมที่ได้รับจากท่านก่อนหรือขณะที่ดำเนินการ

    10
    เพื่อวัตถุประสงค์ในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน

    ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วน บุคคลเป็นสิ่งจำเป็นที่องค์กรฯจะต้องกระทำเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ในการติดต่อสื่อสารกับท่านเกี่ยวกับการให้บริการต่างๆ ของบริษัท ฯ เช่น การดำเนินการตามคำขอใช้บริการ การตอบข้อซักถาม หรือข้อเสนอแนะของท่าน เป็นต้น

    11
    เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามกฎหมายที่ เกี่ยวข้องกับธุรกิจขององค์กรฯ และคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

    ฐานกฎหมาย เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งบังคับใช้กับบริษัท ฯ อาทิ กฎหมายว่าด้วยภาษีอากร กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น

    12
    เพื่อวัตถุประสงค์ในการเรียกร้องสิทธิตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการใช้เป็นข้อต่อสู้เกี่ยวกับการใช้สิทธิเรียกร้องขององค์กรฯ

    ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีนี้ เป็นไปตามสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายขององค์กรฯ ในการใช้สิทธิเรียกร้อง หรือใช้ข้อมูลใดๆเพื่อเป็นข้อต่อสู้อันเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องขององค์กรฯ ภายใต้ขั้นตอนตามกฎหมาย เช่น การสอบสวน และ/หรือการไต่สวนโดย เจ้าหน้าที่รัฐ การเตรียมการดำเนินคดี และ/หรือ การต่อสู้คดีในชั้นศาล เป็นต้น

    13
    เพื่อการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อท่านหรือเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดใด ๆ ข้างต้น

    ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นที่องค์กรฯพึงจะกระทำเพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย ในการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็น และ/หรือจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อท่าน หรือเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดข้างต้น อย่างไรก็ดี หากเป็นกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใด ต้องได้รับความยินยอมจากท่าน องค์กรฯ จะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านก่อนหรือระหว่างการดำเนินการ

    14
    เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ที่องค์กรฯจะแจ้งให้ท่านทราบ

    องค์กรฯ จะแจ้งให้ท่านทราบถึงวัตถุประสงค์อื่นใดอันเป็นเหตุให้องค์กรฯ ต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน นอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ข้างต้นหรือเมื่อบริษัท ฯ มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์เดิมที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ หากเป็นกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลกำหนดให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดต้องได้รับความยินยอมจากท่าน องค์กรฯ จะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านก่อนหรือระหว่างการดำเนินการ

    เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่องค์กรฯ จะดำเนินการประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดข้างต้น ในส่วนที่มีความเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นเพื่อเข้าทำสัญญากับท่าน เป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว หากท่าน ไม่ประสงค์ที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่องค์กรฯ อาจมีผลกระทบทางกฎหมาย หรืออาจทำให้องค์กรฯ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สัญญาที่ได้เข้าทำกับท่าน หรือไม่สามารถเข้าทำสัญญากับท่านได้ ตามแต่กรณีที่อาจเกิดขึ้นนั้น ในกรณีดังกล่าวนี้องค์กรฯ อาจมีความจำเป็นต้องปฏิเสธการเข้าทำสัญญากับท่าน หรือยกเลิกการซื้อขายหรือการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับท่านไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี

    การดำเนินการต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับมาก่อนมีการบังคับใช้ประกาศฯ

    กรณีที่องค์กรฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเอาไว้ก่อนวันที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ ข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ องค์กรฯ จะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิมที่องค์กรฯ ได้แจ้งแก่ท่านในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิ์ที่จะยกเลิกความยินยอมได้ โดยติดต่อมายังองค์กรฯ ตามรายละเอียดการติดต่อที่ระบุไว้ท้ายของประกาศฯ ฉบับนี้ ทั้งนี้ องค์กรฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณายกเลิกความยินยอมของท่าน และดำเนินการตามฐานประมวลผลที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

  8. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

    องค์กรฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดและตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ให้แก่บุคคลและหน่วยงาน
    ดังต่อไปนี้

    1. ผู้บริหาร คณะกรรมการ คณะกรรมการบริหาร พนักงาน ลูกจ้าง และ/หรือบุคลากรภายในองค์กรขององค์กรฯ และ/หรือบริษัทในเครือ โดยพิจารณาเฉพาะเพียงผู้ที่เกี่ยวข้องและตามความจำเป็นที่จะต้องได้รับข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่ของตน

    2. คู่ค้าทางธุรกิจ ผู้ให้บริการ และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่องค์กรฯ มอบหมายหรือว่าจ้างให้ทำหน้าที่บริหารจัดการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่องค์กรฯ ในการให้บริการต่าง ๆ เช่น การให้บริการด้านเทคโนโลยี ารสนเทศ บริการเก็บบันทึกข้อมูล บริการชำระเงิน บริการวิเคราะห์ข้อมูล บริการทำการตลาด หรือบริการอื่นใดที่อาจเป็นประโยชน์ต่อท่าน หรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจขององค์กรฯ

    3. บุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นที่ปรึกษาขององค์กรฯ อาทิ ที่ปรึกษากฎหมาย ผู้ตรวจสอบบัญชี หรือผู้เชี่ยวชาญอื่นใด ทั้งภายใน และภายนอกของ องค์กรฯ

    4. หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลตามกฎหมายหรือที่ร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย หรือที่เกี่ยวข้อง กับกระบวนการทางกฎหมาย หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสรรพากร กระทรวงพาณิชย์ คณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น

    5. บุคคลหรือหน่วยงานอื่นใดที่ท่านให้ความยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลหรือหน่วยงานนั้น ๆ อาทิ การเปิดเผยการประมวลภาพกิจกรรมตามช่องทางสื่อต่าง ๆ ขององค์กรฯ ให้แก่ประชาชนทั่วไป

    6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่น จะดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนด หรือวัตถุประสงค์อื่นที่ กฎหมายกำหนดให้กระทำได้เท่านั้น ในกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากท่าน องค์กรฯ จะขอความ ยินยอมจากท่านก่อนหรือระหว่างการ ดำเนินการ

    7. ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่น องค์กรฯ จะจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลที่ได้เปิดเผยและเพื่อปฏิบัติตามมาตรฐานและหน้าที่การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ทั้งนี้ ในกรณีที่องค์กรฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ องค์กรฯ จะดำเนินการเพื่อทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทาง องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอหรือเพื่อทำให้แน่ใจว่าการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด โดยองค์กรฯ จะขอความยินยอมของท่านสำหรับการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศดังกล่าว

  9. การเก็บรักษาและระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

    องค์กรฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามระยะเวลาที่จำเป็น ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ๆ โดยระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลจะเปลี่ยนแปลงไปโดยขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่กำหนดในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นๆ

    นอกจากนี้ องค์กรฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระยะเวลาตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด (ถ้ามี) โดยคำนึงถึงอายุความตามกฎหมายสำหรับการดำเนินคดีที่อาจเกิดขึ้นจากหรือที่เกี่ยวข้องกับเอกสารหรือข้อมูลส่วนบุคคลที่องค์กรฯ เก็บรวบรวมไว้ในแต่ละรายการ และคำนึงถึงแนวปฏิบัติขององค์กรฯ และของภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภทเป็นสำคัญ

    ในเบื้องต้นองค์กรฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันที่นิติสัมพันธ์ระหว่างท่านกับองค์กรฯ สิ้นสุดลง อย่างไรก็ดี องค์กรฯ อาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเกินกว่าระยะเวลา ดังกล่าว หากกฎหมายอนุญาตหรือการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจำเป็นต่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องทางกฎหมายขององค์กรฯ

    หลังจากครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น องค์กรฯ จะลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว จากการจัดเก็บ หรือระบบขององค์กรฯ และของบุคคลอื่นซึ่งให้บริการแก่องค์กรฯ (ถ้ามี) หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ เว้นแต่จะเป็นกรณีที่องค์กรฯ สามารถเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้ต่อไปตามที่กฎหมายว่า ด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด ทั้งนี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลา เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อมายังองค์กรฯ ตามแนบท้ายหนังสือนี้

  10. สิทธิทางกฎหมายในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

    ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้

    สิทธิที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

    คำอธิบาย

    1. สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

    ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและขอให้บริษัท ฯ ทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ท่าน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

    2. สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล

    ท่านมีสิทธิที่จะขอรับข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่าน รวมถึงมีสิทธิ ขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลรายอื่น หรือตัวท่านเอง เว้นแต่โดยสภาพไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

    3. สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

    ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

    4. สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล

    ท่านอาจขอให้องค์กรฯ ลบ ทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของ ท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ในกรณีที่กฎหมายว่า ด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

    5. สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

    ท่านมีสิทธิขอให้องค์กรฯ ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ของท่านในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กำหนด

    6. สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง

    ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง หากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้นไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่ครบถ้วน สมบูรณ์ หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

    7. สิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอม

    ในกรณีที่องค์กรฯ อาศัยความยินยอมของท่านเป็นฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฯ ซึ่งท่านได้ให้ความยินยอมในการประมวลผลดังกล่าวแก่องค์กรฯ แล้ว ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ความยินยอมไว้กับองค์กรฯ ได้

    8. สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน

    หากท่านมีความกังวลหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติ ขององค์กรฯ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อมายังองค์กรฯ โดยใช้ช่องทางดังที่ปรากฎรายละเอียดการติดต่อ ตาม
    ข้อ 9 ของประกาศฯ ฉบับนี้ ทั้งนี้ ในกรณีที่มีเหตุให้เชื่อได้ว่าองค์กรฯ ได้ทำการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามระเบียบและวิธีการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

    ทั้งนี้ องค์กรฯ ขอสงวนสิทธิในการพิจารณาคำร้องขอใช้สิทธิของท่าน โดยองค์กรฯ จะดำเนินการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้
    คำร้องขอใช้สิทธิใดๆ ข้างต้นนี้ หากเป็นกรณีที่มีจำกัดโดยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง องค์กรฯ ย่อมสามารถปฏิเสธคำขอใช้สิทธิดังกล่าวได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น เมื่อบริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หรือคำสั่งศาล โดยบริษัทจะพิจารณาและบริษัทจะทำการแจ้งผลพิจารณาคำร้องภายใน 30 วัน นับแต่วันที่บริษัทได้รับคำร้องดังกล่าว

  11. วิธีการติดต่อองค์กรฯ

    ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยใด ๆ หรือต้องการใช้สิทธิของท่านตามที่กำหนดไว้ในประกาศฯ นี้ ท่านสามารถติดต่อกับองค์กรฯ ผ่านช่องทาง ดังนี้
    ฝ่าย: การตลาดดิจิตอล
    อีเมล : onlinesupport@ufm.co.th
    โทรศัพท์: 02-225-0200 ต่อเบอร์ 1264

  12. การเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว

    ประกาศฯ นี้ อาจจะแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งคราว อันเนื่องมาจากเหตุผลต่างๆ เพื่อให้เหมาะสมกับการบริหารจัดการขององค์กรฯ โดยประกาศความเป็นส่วนตัวนี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อองค์กรฯ ได้เผยแพร่หรือแจ้งให้ท่านทราบโดยการติดประกาศและ/หรือทางการสื่อสารภายในองค์กรด้วยวิธีการอื่น

    อย่างไรก็ตาม หากการแก้ไขดังกล่าวมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล องค์กรฯ จะแจ้งท่านทราบล่วงหน้าเกี่ยวกับการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงที่มีต่อการแจ้งนโยบายนี้ ผ่านทางระบบการสื่อสารภายในองค์กร เช่น อีเมล ประกาศหน้าเว็บไซต์ขององค์กรฯ หรือช่องทางอื่นๆ ที่ท่านสามารถเข้าถึงได้

    ประกาศ ณ วันที่  20 มิถุนายน 2565

    บริษัท ยูไนเต็ด ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) จำกัด

  1. บทนำ

    บริษัท ยูไนเต็ดฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) (“องค์กร”) จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้เข้าใช้งาน เว็บไซต์ ufm.co.th (“ประกาศฯ”) เพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของผู้ที่เข้าเยี่ยมชมหรือใช้งานเว็บไซต์ขององค์กร ทั้งนี้ โปรดทราบว่าประกาศฯฉบับนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดจะแสดงอยู่บนเว็บไซต์ หรือสื่อออนไลน์ขององค์กร

  2. ขอบเขตของประกาศฯ

    ประกาศฯฉบับนี้ครอบคลุมถึงการปฏิบัติขององค์กรต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับหรือถูกจัดเก็บมาจากการที่ท่านเข้าเยี่ยมชมหรือใช้งานเว็บไซต์
    ข้างต้นนี้ โดยข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ เช่น ชื่อ อายุ เพศ สัญชาติ เลขที่บัตรประจำตัว หรือหนังสือเดินทาง ที่อยู่หรือที่ทำงาน หมายเลขโทรศัพท์ หรือที่อยู่ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email Address) เป็นต้น

    อนึ่ง ประกาศฯฉบับนี้ครอบคลุมถึงเว็บไซต์ของบุคคลที่สามซึ่งเชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ขององค์กร หรือเชื่อมโยงไปจากเว็บไซต์ขององค์กรดังนั้น ขอให้ท่านทำความเข้าใจแนวทางเกี่ยวกับการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวที่จัดทำโดยเว็บไซต์เหล่านั้นด้วย

  3. วัตถุประสงค์ของการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน

    เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสาร หรือให้ข้อมูลตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องการ และใช้ในการประชาสัมพันธ์ การแจ้งสิทธิประโยชน์ และแจ้งข่าวสารสำหรับบรรดาสินค้าและ/หรือบริการต่างๆ ขององค์กร ทั้งนี้ อาจรวมถึงกรณีที่ผู้ใช้งานเว็บไซต์ประสงค์จะยื่นขอสมัครงาน หรือธุรกรรมอื่นใดที่อาจมีขึ้นในอนาคต

    นอกจากนั้น เพื่อสำรวจความนิยมในการใช้บริการอันจะเป็นประโยชน์ในการนำสถิติไปใช้ในการปรับปรุงคุณภาพในการให้บริการ องค์กรจึงจำเป็นต้องจัดเก็บรวบรวมข้อมูลข้อมูลบางอย่างเพิ่มเติมด้วย ได้แก่ หมายเลขไอพี (IP Address) ชนิดของโปรแกรมค้นผ่าน (Browser Type) ชื่อโดเมน (Domain Name) บันทึกหน้าเว็บ (web page) ของเว็บไซต์ที่ผู้ใช้เยี่ยมชม เวลาที่เยี่ยมชมเว็บไซต์ (Access Times) และเว็บไซต์ที่ผู้ใช้บริการเข้าถึงก่อนหน้านั้น (Referring Website Addresses)

    องค์กรขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบการดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์อื่นที่เชื่อมโยงจากเว็บไซต์นี้ (ถ้ามี) เพื่อจะได้ทราบ และเข้าใจว่าเว็บไซต์ดังกล่าวเก็บรวบรวม ใช้ หรือดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร ทั้งนี้องค์กรไม่สามารถรองรับข้อความ หรือรับรองการดำเนินการตามที่ได้มีการประกาศไว้ในเว็บไซต์อื่นนอกเหนือจากเว็บไซต์ขององค์กรได้ และไม่ขอรับผิดชอบใดๆ หากเว็บไซต์เหล่านั้นไม่ได้ปฏิบัติการหรือดำเนินการใดๆ ตามที่ระบุหรือประกาศไว้ในเว็บไซต์นั้นๆ

    ในกรณีที่การใช้งานเว็ปไซต์เป็นการยื่นคำร้องเรียน คำขอ คำเสนอ หรือความประสงค์อื่นใดต่อองค์กรผ่านเว็บไซต์ ท่านมีสิทธิพิจารณาว่าจะเปิดเผยหรือไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อย่างไรก็ดีองค์กรของแจ้งให้ทราบว่า คำร้องเรียนที่ไม่แสดงตนหรือไม่ได้ระบุข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการร้องเรียนอาจทำให้การตรวจสอบขององค์กรไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในกรณีที่ท่านเลือกที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อองค์กร ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจะถูกใช้งาน และได้รับการปฏิบัติตามประกาศฯฉบับนี้

  4. การใช้ การแลกเปลี่ยน และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน

    องค์กรจะจัดเก็บ ใช้งาน ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเพียงเท่าที่จำเป็น เพื่อใช้ในการติดต่อ ให้บริการ ประชาสัมพันธ์ หรือให้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ รวมทั้งสำรวจความคิดเห็นของท่านในกิจการหรือกิจกรรมขององค์กรและ/หรือบริษัทในกลุ่มในเครือ เท่านั้น ทั้งนี้ การดำเนินการอาจรวมถึงการเข้าถึงและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องที่ท่านขอสมัครงาน หรือ ธุรกรรมอื่นใดที่อาจมีขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ องค์กรอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานจากหน่วยงานอื่น มารวบรวม จัดเก็บ ใช้ และเปิดเผย เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวขององค์กรด้วย

    องค์กรจะไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปจำหน่าย หรือนำไปแลกเปลี่ยน หรือเปิดเผยต่อบุคคลอื่นใด อันเป็นการไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่เป็นการดำเนินการตามหน้าที่ที่กำหนดตามกฎหมาย ตามคำสั่งศาล ตามคำสั่งของผู้มีอาจตามกฎหมาย การดำเนินการตามที่จำเป็นในกรณีที่อาจกระทบถึงความปลอดภัยในสวัสดิภาพ ชีวิต และร่างกาย ของบุคคลอื่น หรือในกรณีที่มีการละเมิดข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บไซต์ขององค์กรหรือกรณีอื่นใดที่องค์กรมีฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย และ/หรือการดำเนินการอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกัน

  5. การแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล หรือการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

    ท่านสามารถขอให้องค์กรทำการ ส่งมอบ ลบ ทำลาย ระงับใช้ ถอนความยินยอม หรือ แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้มีความถูกต้องและเป็นปัจจุบัน ได้โดยการยื่นความจำนงผ่านช่องทางที่กำหนดไว้ในประกาศฯฉบับนี้ ในการนี้ โปรดทราบว่าการแก้ไขข้อมูลบางรายการจะมีผลสมบูรณ์ ก็ต่อเมื่อมีการยืนยันความถูกต้องของรายการที่ขอแก้ไข และองค์กรได้พิจารณาความเหมาะสมในการดำเนินการแล้วทั้งแง่มุมของความเหตุผลในการดำเนินการและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

  6. ระบบรักษาความปลอดภัย

    องค์กรได้กำหนดวิธีปฏิบัติภายในเกี่ยวกับการรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลข่าวสาร ซึ่ง รวมถึงการกำหนดสิทธิในการเข้าถึงและใช้ข้อมูลความลับ นอกจากนี้ องค์กรยังมีการใช้ Secure Socket Layer (SSL) Protocol เพื่อจัดให้การสื่อสารข้อมูลระหว่างผู้ใช้และองค์กรกระทำผ่านช่องทางสื่อสารแบบปลอดภัย

  7. ความเป็นส่วนตัวของเด็ก

    บริการขององค์กรไม่ได้ประสงค์ให้ทำการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี (“เด็ก”) ดังนั้น หากผู้ปกครองทราบว่าเด็กผู้อยู่ ในความดูแลได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่องค์กรไว้ โปรดทำการติดต่อมายังองค์กรเพื่อทราบและองค์กรจะทำการพิจารณาความเหมาะสมขอการจัดเก็บข้อมูล อนึ่ง องค์กรจะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อลบข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กออกจากระบบจัดเก็บข้อมูล

  8. การดำเนินการเกี่ยวกับคุกกี้

    เมื่อมีการใช้งานเว็บไซต์ขององค์กร ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่เว็ปไซต์ในแต่ละคราวจะถูกเก็บเอาไว้ในรูปแบบของ คุกกี้ โดยการดำเนินการเกี่ยวกับคุกกี้นี้จะอธิบายถึงความหมาย การทำงาน วัตถุประสงค์ รวมถึงการลบและการปฏิเสธการเก็บคุกกี้ โดยการเข้าสู่เว็บไซต์นี้หากไม่มีการปฏิเสธการใช้งานคุ้กกี้ระบบจะถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้โดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ การดำเนินการเกี่ยวกับคุกกี้ที่มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

  9. คุกกี้คืออะไร

    “คุกกี้” คือ ไฟล์ข้อมูลขนาดเล็กเพื่อจัดเก็บข้อมูลโดยจะบันทึกลงไปในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และ/หรือเครื่องมือสื่อสารที่เข้าใช้งานของท่าน เช่น แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ในขณะที่มีการเข้าสู่เว็บไซต์

    องค์กรจะใช้คุกกี้เฉพาะเพื่อการจัดเก็บข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของข้อมูลในครั้งถัดไปที่เจ้าของข้อมูลได้กลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ขององค์กร เมื่อเจ้าของข้อมูลเข้าใช้บริการเว็บบราวเซอร์เจ้าของข้อมูลสามารถตั้งค่าเพื่อยอมรับคุกกี้ทั้งหมดหรือปฏิเสธคุกกี้ทั้งหมด หรือแจ้งเตือนให้เจ้าของข้อมูลทราบเมื่อมีการส่งคุกกี้ โดยเจ้าของข้อมูลสามารถเข้าไปตั้งค่าที่เมนู “ความช่วยเหลือ” ในบราวเซอร์เพื่อเรียนรู้วิธีการเปลี่ยนแปลงการใช้คุกกี้ของเจ้าของข้อมูลได้ โปรดทราบว่าการปิดการใช้งานคุกกี้อาจส่งผลต่อการใช้งานบางบริการของเจ้าของข้อมูลได้

  10. วัตถุประสงค์ในการใช้งานคุกกี้

    องค์กรใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสบการณ์และความพึงพอใจของผู้ใช้งาน โดยจะทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจลักษณะการใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็วและทำให้เว็บไซต์ขององค์กรเข้าถึงได้ง่ายและสะดวกต่อการใช้งานยิ่งขึ้น บางกรณีองค์กรจำเป็นต้องให้บุคคลที่สามดำเนินการ ซึ่งอาจจะต้องใช้อินเตอร์เน็ตโปรโตคอลแอดเดรส (IP Address) และคุกกี้เพื่อวิเคราะห์ทางสถิติ ตลอดจนเชื่อมโยงข้อมูล และประมวลผลตามวัตถุประสงค์ทางการตลาด

  11. ประเภทของคุกกี้ที่ถูกใช้
    ประเภทของคุกกี้
    รายละเอียด

    ตัวอย่าง

    คุกกี้ประเภทจำเป็นถาวร
    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ประสบการณ์การใช้เว็บไซต์ของท่านเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เช่น การจดจำการเข้าสู่ระบบ การจดจำข้อมูลที่ท่านให้ไว้บนเว็บไซต์
    • JSESSIONID
    • dc_gtm_UA-15158362-1
    •  cfduid
    • CSRFToken
    • accessToken
    • PHPSESSID

    อื่นๆ

    คุกกี้ประเภทการวิเคราะห์ และวัดผลการทำงาน
    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้องค์กรสามารถวัดผล การทำงาน เช่น การประมวลผลของจำนวนหน้าเว็บไซต์ที่ท่านเข้าใช้งาน ลักษณะเฉพาะของกลุ่มผู้ใช้งานนั้นๆ โดยข้อมูลดังกล่าวจะนำมาใช้ในการวิเคราะห์ รูปแบบพฤติกรรมของผู้ใช้งาน
    • Google Analytics
    • Adobe
    • CloudFlare

    อื่นๆ

    คุกกี้เพื่อการโฆษณา
    คุกกี้ประเภทนี้จะถูกบันทึกบนอุปกรณ์ ของท่านเพื่อเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและลิงก์ที่ท่านได้เยี่ยมชมและติดตาม นอกจากนี้คุกกี้จากบุคคลที่สามอาจใช้ ข้อมูลที่มีการส่งต่อข่าวสารในสื่ออนไลน์ และเนื้อหาที่จัดเก็บจากการ

    Adnuntius

    • Adobe Audience

    Manager

    • Adobe Target
    • Cxense
    • Google Analytics
    • Relay42

    อื่นๆ

    คุกกี้ประเภทการทำงาน
    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยอำนวยความสะดวก เมื่อท่านกลับเข้ามาใช้งานเว็บไซต์อีกครั้ง โดยองค์กรจะใช้ข้อมูลเพื่อปรับแต่งเว็บไซต์ตามลักษณะการใช้งานของท่าน
    • Google Analytics

    อื่นๆ

  12. การเปลี่ยนแปลงการดำเนินการเกี่ยวกับคุกกี้

    การดำเนินการเกี่ยวกับคุกกี้อาจมีการปรับปรุงแก้ไขตามโอกาส เพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบ ดังนั้นองค์กรจึงขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบให้แน่ใจว่าท่านได้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงตามข้อกำหนดดังกล่าว

  13. คำถามหรือข้อเสนอแนะ

    หากท่านมีข้อซักถามหรือข้อเสนอแนะ โปรดติดต่อที่บริษัทฯ ได้ตามช่องทางการติดต่อ
    อีเมล : onlinesupport@ufm.co.th
    โทรศัพท์ : 02-2250200 ติดต่อหน่วยงาน Digital Marketing (1264) หรือหน่วยงานเทคโนโลยีสารสนเทศ

    จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2565

    บริษัท ยูไนเต็ดฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน)